2005/Nov/22

ประวัติมวยไทย มวยไทยศิลปประจำชาติอันอาจเกิดมาพร้อม ๆ กับชาติไทย แต่เดิมฝึกฝนอยู่แต่ในหมู่ทหารเพื่อใช้ในการรบประชิดตัวประกอบกับการใช้ดาบสองมือ และมือเดียว เมื่อว่างจากการสงครามก็จะมีการชกมวยกันเพื่อความสนุกสนาน ในสมัยอยุธยาตอนต้น นักมวยไทยที่มีชื่อเสียงมาก คือ นายขนมต้ม ในสมัยอยุธยาตอนปลาย เช่น พระเจ้าเสือ หรือขุนหลวงสรศักดิ์ พระเจ้าตากสิน และพระยาพิชัยดาบหัก ชกกันด้วยการคาดเชือก คือใช้เชือกเป็นผ้าพันมือ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีเวทีมวยที่จัดให้มีการแข่งขัน เช่น เวทีสวนเจ้าเชษฐ และเวทีสวนกุหลาบ สมัยแรก ๆ ก็ยังชกกันด้วยการคาดเชือก และเปลี่ยนเป็นสวมนวมชก จนถึงปัจจุบัน พ. ศ. 2527 ก่อตั้งสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กติกาข้อที่ 1 " สังเวียน " ในการแข่งขันทั่ว ๆ ไป สังเวียนต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้ ขนาด สังเวียนต้องเย็บมุมสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเลิก ด้านละ 20 ฟุต (6.10 เมตร) และขนาดใหญ่ ด้านละ 24 ฟุต (7.30 เมตร) ซึ่งวัดภายในของเชือก พื้นและมุม พื้นสังเวียนต้องสร้างให้ปลอดภัย และได้ระดับปราศจากสิ่งกีดขวางใด ๆ และต้องยื่นออกไปนอกเชือก อย่างน้อย 90 ซม. (36 นิ้ว) พื้นสังเวียนต้องอยู่สูงจากพื้นอาคารไม่ต่ำกว่า 4 ฟุต และสูงไม่เกิน 5 ฟุต ตั้งเสาขนาด 4-5 นิ้ว สูงขึ้นไปจากพื้นเวที 58 นิ้ว มุมทั้งสี่ต้องหุ้มนวมให้เรียบร้อยหรือจะทำอย่างใดที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่นักมวย การปูพื้นสังเวียน พื้นสังเวียนต้องปูด้วย ยาง ผ้าอย่างอ่อน เสื่อฟางอัด ไม้ก๊อกอัดหรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม หนาไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว และไม่หนากว่า 1? นิ้ว และปูทับด้วยผ้าใบให้ตึงและมิดชิดคลุมพื้นสังเวียนทั้งหมด เชือก ต้องมีเชือก 4 เส้น มีความหนาอย่างน้อย 3 ซม. (1.18 นิ้ว) อย่างมาก 5 ซม. (1.97 นิ้ว) ขึงตึงกับเสามุมทั้งสี่ของสังเวียน สูงจากฟื้นสังเวียนขึ้นไปถึง ด้านบนของเชือก 45 ซม. (18 นิ้ว) 75 ซม. (30 นิ้ว) 105 ซม. (42 นิ้ว) และ 135 ซม. (54 นิ้ว) ตามลำดับเชือกต้องหุ้มด้วยวัสดุที่อ่อนนุ่มและเรียบ เชือกแต่ละด้านของสังเวียนต้องผูกยึดกันด้วยผ้าเหนียว 2 ชิ้น ซึ่งมีขนาดกว้าง 3 4 ซม. (1.2 1.6 นิ้ว) ให้มีระยะห่างเท่า ๆ กัน และผ้าที่ผูกนั้นต้อง ไม่เลื่อนไปตามเชือก บันได สังเวียนต้องมีบันได 3 บันได มีขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 3 ? ฟุต สองบันไดต้องอยู่ที่มุมตรงข้ามสำหรับผู้เข้าแข่งขันและพี่เลี้ยง ส่วนอีกบันไดหนึ่ง ให้อยู่ที่มุม กว้าง สำหรับผู้ชี้ขาดและแพทย์ กล่องพลาสติก ที่มุมกลางทั้งสองมุมนอกสังเวียน ให้ติดกล่องพลาสติกมุมละ 1 กล่อง เพื่อให้ผู้ชี้ขาดทิ้งสำลี หรือกระดาษที่ใช้ซับเลือก กติกาข้อที่ 2 อุปกรณ์สังเวียน อุปกรณ์ประจำสังเวียนจะต้องประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้ ที่นั่งพักนักมวย สำหรับนักมวยนั่งพักระหว่างยก 2 ที่ ขวดน้ำขนาดเล็ก 2 ขวด สำหรับดื่ม และขวดน้ำชนิดพ่นฝอย 2 ขวด ไม่อนุญาตให้นักมวยหรือที่เลี้ยงใช้ขวดน้ำชนิดอื่น ๆ ในสังเวียน ผ้าเช็ดตัว 2 ผืน น้ำ 2 ถัง โต๊ะและเก้าอี้สำหรับเจ้าหน้าที่ ระฆัง นาฬิกาจับเวลาชนิดกดหยุดได้ 1 หรือ 2 เรือน ใบบันทึกคะแนน หีบใส่กุญแจสำหรับเก็บใบบันทึกคะแนน ป้ายบอก ยก เวลา คู่ 1 ชุด นวม 2 คู่ กางเกงมวยสีแดง และสีน้ำเงิน อย่างละ 1 ตัว กระจับพร้อมเชือก 1 2 อัน ฉากบังตา 2 อัน (ใช้ในกรณีที่นักมวยกระจับหลุด) เปลหามคนเจ็บ 1 ชุด กรรไกรปลายมน 1 อัน กติกาข้อที่ 3 " นวม " นวมที่ใช้ในการแข่งขันแต่ละครั้ง ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ นวมที่ใช้ในการแข่งขัน ผู้แข่งขันต้องใช้นวมที่ได้รับการรับรองจากสภามวยไทยโลก ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขันจัดไว้ให้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขัน ใช้นวมของตัวเอง รายละเอียดของนวม นักมวยตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นน้ำหนัก 122 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 8 ออนซ์ ( กรัม) นักมวยรุ่นสูงกว่า 122 ปอนด์ ถึงรุ่นน้ำหนัก 147 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 10 ออนซ์ (284 กรัม) ส่วนที่เป็นหนังต้องหนักไม่เกินครึ่งหนึ่งของน้ำหนักนวมทั้งขนาดและไส้นวมต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำหนัก นวมทั้งหมด ไส้นวมต้องไม่เปลี่ยนรูปหรือถูกบดขยี้ให้กระจายไปจากรูปเดิม ต้องผูกเชือกนวมให้ปมเชือกอยู่ด้านนอกหลังข้อมือของนวม ให้ใช้นามที่สะอาด และให้การได้เท่านั้น การตรวจผ้าพันมือและการสวมนวม ทั้งนวมและผ้าพันมือจะต้องเหมาะสม อยู่ภายใต้การตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตรวจนวม เจ้าหน้าที่จะต้องคอยดูแลเพื่อให้แน่ใจว่า นักมวยปฏิบัติถูกต้องตามกติกาทุกอย่าง จนกระทั่งนักมวยขึ้นสู่เวที

2005/Nov/15

รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

AUTONOMOUS CAR

อ.สมเกียรติ วังศิริพิทักษ์

รายชื่อนักศึกษา

นายพชร จิรไพศาลสกุล

นายชัยณรงค์ กรโกษา

บทคัดย่อ

เนื่องจากในปัจจุบันการจราจรขนส่งนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ ห ลายฝ่ายจึงมุ่งที่จะพัฒนาระบบการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว และมีค วามปลอดภัย แต่ในสภาพการณ์ปัจจุบันการขับเคลื่อนยานพาหนะจะกระทำโดยมนุษย์เป ็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรถยนต์ มนุษย์จะเป็นผู้ตัดสินใจในการบังคับพาหนะให้ไป ในทิศทางที่ตนต้องการ บางครั้งอาจเกิดการฝ่าฝืนกฎจราจร เนื่องจากความจงใจ ประมาทเลินเล่อ หรือความเหนื่อยล้า เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ความล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ ดังนั้นโครงการนี้จึงมุ่งพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัต โนมัติโดยให้คอมพิวเตอร์เป็นผู้ตัดสินใจในการขับเคลื่อนรถยนต์แทนมนุษย์
เพื่อวิเคราะห์สภาพถนนและวัตถุ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัตินี้จะใช้ข้อมูลภา พถ่ายจากกล้องที่ติดอยู่บนตัวรถและข้อมูลจาก Infrared Sensor รอบข้าง โดยร ถยนต์สามารถวิ่งในถนนโดยปราศจากผู้ขับขี่ ซึ่งสามารถขับขี่ได้อย่างถูกต้องต ามกฎจราจรและวิ่งถูกช่องทางจราจร สามารถวิ่งทางตรง ทางโค้ง ตรวจสอบสัญญาณไฟ จราจร เลี้ยวในทางแยก หลบหลีกสิ่งกีดขวางที่ขวางช่องทางการจราจร และขับเคลื ่อนไปยังจุดหมายปลายทางที่ผู้ใช้ระบุได้ โดยระบบจะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด และจะขับเคลื่อนไปยังจุดหมายโดยอัตโนมัติ

 

edit @ 2005/11/15 13:25:04

2005/Jul/19

รัก.....

เคยสงสัยไหมกับคำว่า "รัก" ทั้งๆที่ทุกๆคนพูดกันง่ายดายเหลือเกิน
เคยสงสัยไหมว่าความรุสึกที่ว่า "รัก" มันเปงยังงัย

เมื่อเรา "รัก" คัยปายสักคนแร้ว เราพร้อมไหมที่จาเผชิญกับความเจ็บปวด
เราอาจยอมด้ายทุกอย่างเพื่อความรักที่เราเสาะหา ทั้งๆที่เรายางม่ายเข้าจัยกะ "รัก" นั้นดี


"ทามเพื่อเค้าด้ายทุกอย่างโดยไม่หวังผลตอบแทน"

ทามมัยเราต้องเสียจัยที่เค้าม่าย "รัก" ล่ะ??
ก้เพาะเราหวังว่าเค้าจา "รัก" เราตอบม่ายช่ายหรือ

ทามมัยถึงต้องน้ำตาตกเวลาเค้าม่ายสนจัย??
ก้เพาะเราอยากหั้ยเค้าเหงความ "รัก" ที่เรามีหั้ย

ทามมัยเราถึงต้องเจ็บทุกครั้งที่เค้าม่ายแคร์ความรุสึกของเรา??
ก้เพาะเราหวังว่าเค้าจาคนเดียวที่เข้าจัยเราในทุกๆอย่างใช่ไหม

แร้วเรายางสามาดที่จาพูดด้ายอีกไหมว่าเรา "รัก" โดยม่ายหวังผลตอบแทน
มีคัยไหมที่ "รัก" คนสักคนแร้วจาม่ายอยากหั้ยเค้ารักตอบ
คำตอบก้คงจาเปง "ไม่มี"

"รัก" คำสั้นๆที่มีความหมายยิ่งใหญ่
คนส่วนใหญ่มักจาบอกว่าเรารุจักกะคำว่า "รัก" ดี
"รัก" ต้องการการปรับตัวจากคนสองคน
"รัก" ม่ายช่าย "ผูกพัน"
"รัก" เปงความรุสึกที่บริสุด ม่ายด้ายหมายความว่าจาต้องการการแสดงออก

การที่คนสองคนพูดว่า "รัก" กัน
แน่จัยแร้วหรือ ว่าเราพร้อมที่จาทามทุกๆอย่างเพื่อเค้า..เค้าเท่านั้น
อย่าพยามที่จาปรับตัวเองจนม่ายเหลือความเปงตัวของตัวเอง
เพาะนั่นจาทามหั้ยความ "รัก" นั้นเปงความ "รัก" ที่หลอกลวง
จงเปิดเผยตัวตนที่แท้จิงหั้ยอีกฝ่ายด้ายรับรุ
ถ้าเค้ารับม่ายด้ายกะตัวตนที่แท้จิงของเรานั่นคือ เค้าม่ายด้าย "รัก" เราจิง

เมื่อเราเกิดความรุสึก "รัก"
เราต้องพยามโอบประคองมันไว้ ม่ายว่าด้วยอารัยก้ตาม
ต้องมีสุก เส้า เหงาปนกันปาย แระต่างฝ่ายก้ต้องช่วยกันดูแลกัน

ยามเราร้องไห้ เราต้องการอีกฝ่ายเปงคนปลอบจัย
ห้ายความเข้มแข็งกับเรา ม่ายช่ายอ่อนแอปายพร้อมๆกับเรา
ยามเรามีความสุข เราก้ต้องแบ่งปันกันแระกัน
ซึ่งจาทามหั้ย "รัก" นั้นเปงรักที่สมบูรณ์

"รัก" ม่ายจำเปนต้องเพรียบพร้อมปายซะทุกอย่าง
แต่ "รัก" คือทุกๆอย่าง

"รัก" คือห่วงใย
"รัก" คือห่วงหา
"รัก" คืออาทร
"รัก" คือการสอนหั้ยรุจักการปรับตัว

เคยถามตัวเองไหมว่า..ถ้าเรา "รัก" เราพร้อมไหมกับการที่จาต้องอยู่คนเดียว ยาม "รัก" นั้นจืดจาง
เคยถามตัวเองไหมว่า..ถ้าเรา "รัก" เราพร้อมไหมที่จาดูแล เทคแคร์ แระมีเวลาหั้ยเขา
เคยถามตัวเองไหมว่า..ถ้าเรา "รัก" แร้วเค้าจาเปนคนที่สำคัน เราจาม่ายรำคานหรือด่าว่าเค้า

แต่คำว่า "รัก" ม่ายด้ายหมายความว่าเราจาตามจัยเค้าซะทุกอย่าง ม่ายว่าเค้าจาทามผิดหรือถูกก้ตาม
เค้าทาม "ผิด" เราก้ต้องบอกว่าเค้า "ผิด"
เค้าทาม "ถูก" เราบอกว่าเค้าทาม "ถูก"
"รัก" คือการปกป้อง "รัก" คือการคุ้มครอง
แต่ "รัก" ม่ายช่ายการโกหก มันคือคนละสิ่งกัน

คนที่อยู่คนเดียวเคยสงสัยไหมว่า..
ทามมัยเราถึงม่ายมีคัยอยู่ข้างกายย
ลองถามตัวเองสิ??
ว่าโลกมันกว้างเกินปาย..หรือ..เราปิดกั้นหัวจัยตัวเองจนม่ายมีคัยสามาดจาเข้ามาด้ายกันแน่

ถ้าเรามีชีวิตอยู่ด้ายด้วยออกซิเจน
ความ "รัก" ก้ช่วยทามห้ายชีวิตที่เราอยู่ด้ายนั้นมีความหมายมากขึ้นนะ
อย่าพยามที่จาเสาะหา "รัก" สักวันนึงมันจามาหาเราเองโดยที่เราก้ม่ายรุตัว


edit @ 2005/07/19 22:05:19